โมฮาเหม็ด ซาลาห์

ประวัตินักฟุตบอล โมฮาเหม็ด ซาลาห์

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เริ่มเล่นฟุตบอลทีแรกให้กับชุดเยาวชนของ เอล โมคารูน ทีมในลีกของอียิปต์ก่อนที่จะเจ้าตัวจะแสดงศักยภาพออกมาเรื่อยๆจนกระทั่งไปเตะตาแมวมองของทีม บาเซิ่ล ยอดทีมในศึกสวิตเซอร์แลนด์จากนั้นเจ้าตัวก็โชว์ได้สะเด่าซะเหลือเกินจนกระทั่งย้ายไปอยู่หลายลีกหลายทีมด้วยกันรวมทั้งตอนนี้ ซาลาห์ ได้กลายเป็นแข้งคนสำคัญของสาวก “เดอะ ค็อป” ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หลังจาก ซาลาห์ บ่มเพาะฝีมือกับทีมชุดเยาวชนของเอล โมคารูน อยู่ถึง 4 ปีในที่สุดช่องทางในการโลดแล่นบนลีกสูงสุดก็มาถึงเมื่อเขาได้ลงประเดิมสนามในวันนี้ 3 เดือนมิถุนายน 2010 โดยลงมาเป็นสำรองในเกมที่เจ๊ากับ เอล มันซูร่า 1-1 ซึ่งจากการลงในสนามในเกมวันนั้นเจ้าตัวก็ได้รับช่องทางสำหรับเพื่อการลงไปในสนามมากขึ้นเรื่อยๆกระทั่งในที่สุดเจ้าตัวก็ปลดล็อคซัดประตูแรกในเกมลีกได้สำเร็จ

ในช่วงฤดูกาล 2011-2012 หลังจากได้รับความไว้วางใจให้ลงสนามเป็นตัวจริงและก็กำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างสะเด่าแต่ว่าสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อมีการก่อเหตุทะเลาะวิวาทครั้งใหญ่จนสำเร็จให้มีผู้เสียชีวิตถึง 74 รายรวมทั้งบาดเจ็บระนาวถึง 500 จึงส่งผลให้สมาคมฟุตบอลอียิปต์ตัดสินใจยกเลิกการแข่งขันทีงหมดในซีซั่นนั่นเอง

ติโม แวร์เนอร์

ติโม แวร์เนอร์ นักฟุตบอลอาชีพในตำแหน่งกองหน้า อดีตเด็กปั้นอคาเดมี่ของ สตุ๊ตการ์ต

ติโม แวร์เนอร์ (เกิด 6 เดือนมีนาคม 1996) นักเตะอาชีพในตำแหน่งแผงหน้า อดีตเด็กปั้นอคาเดมี่ของ สตุ๊ตการ์ต ซึ่งปัจจุบันนี้ลงเล่นให้กับสโมสร ไลป์ซิก แล้วก็ ทีมชาติเยอรมัน

เขาเริ่มต้นเส้นทางอาชีพกับสโมสร สตุ๊ตการ์ต ตอนวันที่ 1 เดือนสิงหาคม 2013 ในศึก ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก รอบคัดเลือก เจอกับทีม โบเตฟ พลอฟดิฟ ด้วยวัยเพียง 17 ปี 4 เดือนกับอีก 25 วันเท่านั้น ทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นในแมตช์เป็นทางการให้กับทีมบุนเดสลีก้าอย่าง “ม้าขาว”

แวร์เนอร์ ลงสนามในศึกบุนเดสลีก้าเป็นครั้งแรกช่วงวันที่ 17 เดือนสิงหาคม 2013 เจอกับ เลเวอร์คูเซ่น ต่อมาในวันที่ 22 เดือนกันยายน 2013 เขาสามารถเปิดสกอร์แรกบนลีกสูงสุดในเกมที่เผชิญหน้ากับทางด้าน ไอทรัคต์ แฟร้งค์เฟิร์ต

หลังจากนั้นวันที่ 10 เดือนพฤศจิกายน เขามีส่วนช่วยให้ทีมเอาชนะ ไฟร์บวร์ก 3-1 ด้วยการซัดประตูช่วง 2-0 แล้วก็ 3-1 นั่นทำให้เขากลายเป็นดาวเตะที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์บุนเดสลีก้า ที่สามารถยิงสองประตูในเกมเดียวกันได้

ตลอด 3 ปีกับสโมสร แวร์เนอร์ ซัดไปทั้งสิ้น 13 ประตูจาก 95 เกมลีกที่ลงสนาม ก่อนที่จะถูกทางด้านของ ไลป์ซิก ทีมสมาชิกใหม่ไฟแรงคว้าตัวไปเสริมทัพก่อนลุยศึกบุนเดสลีก้าของฤดูกาล 2016-17

อดีตแข้งดังของเชลซีเชิดชู “เมสัน เมาท์” ว่ามีคุณสมบัติที่ดีพอ

อดีตแข้งดังของเชลซีเชิดชู

อดีตแข้งดังของเชลซีเชิดชู กองกลางฝั่งขวา: เมสัน เมาท์ (จาก เชลซี)

อดีตแข้งดังของเชลซีเชิดชู มารู้จัก กองกลางชายหนุ่มวัย 20 ปี เป็นลูกรัก อีกคนหนึ่งของแฟรงค์ แลมพาร์ดอีกแบบเดียวกัน ที่ดาร์บี้ เคาท์ตี้ ลงเล่นไป ทั้งหมด 44 นัด ทำประตูไปได้ 11 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์

ซึ่งถือว่าไม่เลวเลยทีเดียวสำหรับนักฟุตบอล อายุเท่านี้รวมทั้งการที่ ตำนานของีทม สิงห์บลู ได้กลายมาเป็น ผู้จัดการทีมฟุตบอลคนใหม่ในถิ่นของแสตมฟอร์ด บริดจ์ มีหรือที่ จะไม่พา นักฟุตบอลคู่ใจคนนี้กลับมา ร่วมงานกัน

รวมทั้งยิ่งสโมสรนั้น ถูกแบนไป ห้ามเสริมกองทัพ อีกด้วยแล้ว ก็เป็นช่องทาง ที่ดีเลยสำหรับกองกลางชายหนุ่มคนนี้ ในการที่จะเบียดรุ่นพี่ เพื่อขึ้นไปเป็นจอมทัพ ให้กับทีมได้ ในช่วงฤดูกาล ที่จะถึงนี้

ขอขอบคุณ
ข้อมูล : academic-refugees

ข้อมูลนักบอล การดูและเรียนรู้ รู้ก่อนเกมส์ เวลาพวกเราถูกใจทีมไหนเชียร์ทีมไหน

ข้อมูลนักบอล

ข้อมูลนักบอล กองกลางฝั่งซ้าย: ฟิล โฟเด้น (จาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้)  กองกลางหนุ่มน้อย วัย 19 ปี เป็นดาวรุ่ง ที่พุ่งแรงมากที่สุดคนหนึ่งเลยของเกาะอังกฤษ ภายหลังที่เขานั้นมักจะได้ รับช่องทาง จาก เป๊ป กวาร์ดิโอลา กันอยู่หลายครั้ง ในช่วงฤดูกาล ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมานั้น ผลงาน 7 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์

จากการที่ ลงไปในสนามไป 26 นัด เป็นเครื่องรับรอง ได้อย่างดีกันเลย ถึงความสามารถ ของเด็กหนุ่มคนนี้ ฤดูกาลหน้านั้น เขาน่าจะได้ รับโอกาส มากขึ้นไปอีก เหตุเพราะ ตัวหลักอย่าง ดาบิด ซิลบา

เริ่มที่จะมี อายุมากขึ้นแล้ว และก็ดาวเตะ สแปนิชนั้น ได้ออกมากล่าว ด้วยตัวเองว่ากองกลางรุ่นน้อง เจ้าของรางวัล โกลเด้นบอย บอลโลก U17 จะเป็นตัวแทน ในระยะยาว ของเขาได้ อย่างแน่แท้

ขอขอบคุณ
ข้อมูล : academic-refugees

ผลงานกระหึ่มโลกอีกครั้ง สำหรับ “ซาร่า” หรือ “นุศรา ต้อมคำ” นักวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย

ผลงานกระหึ่มโลกอีกครั้ง

ผลงานกระหึ่มโลกอีกครั้ง ยังจำไม่ลืม “นุศรา” ขึ้นแท่นมือเซตขวัญใจแฟนเฟเนร์บาห์เช

ผลงานกระหึ่มโลกอีกครั้ง “ซาร่า” นุศรา ต้อมคำ นักวอลเลย์บอลสาวทีมชาติไทย ที่เคยเดินทางไปเล่นให้กับ เฟเนร์บาห์เช่ กรุนดิก สโมสรวอลเลย์บอล ในลีกประเทศตุรกี ยังคงเป็นที่จดจำของแฟนคลับลูกยางดินแดนไก่งวง หากแม้ตอนนี้จะย้ายกลับมาเล่นในบ้านเกิดก็ตาม

ผลงานกระหึ่มโลกอีกครั้ง

โดยทวิตเตอร์ Fenerbahçe Voleybol ที่เป็นที่พูดคุยของเหล่าแฟนคลับได้เปิดให้แฟนคลับได้โหวตว่ามือเซตคนไหนมีประโยชน์ต่อทีมมากยิ่งกว่ากัน ระหว่าง เอเลโอโนร่า โล เบียงโค่ มือเซตกลุ่มชาติอิตาลี กับ นุศรา ต้อมคำ มือเซตทีมชาติไทย

ซึ่งผลโหวตปรากฎว่า ตัวเซตมือหนึ่งทีมชาติไทย ได้คะแนนเสียงมากถึง 82.2% ระหว่างที่ เอเลโอโนร่า โล เบียงโค่ ได้คะแนนไปเพียง 17.8% จากการโหวตของแฟนคลับปริมาณเกือบจะ 500 คน

สำหรับ นักวอลเล่ย์บอลสาววัย 34 ปี จัดว่าไปถึงเป้าหมายอย่างยิ่งด้วยการย้ายไปเล่นกับ เฟเนร์บาห์เช่ กรุนดิก เมื่อกลางปี 2016 ด้วยการนำทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ตั้งแต่ปีแรกที่เดินทางไปเล่น (แชมป์วอลเลย์บอลถ้วยของประเทศตุรกี แล้วก็แชมป์ลีกประเทศตุรกี) ก่อนได้รับการต่อสัญญาอีก 1 ปี

ขอขอบคุณ
ข้อมูล : sanook

นักกีฬาวอลเลย์บอลสาว ของประเทศจีน นักกีฬาวอลเล่บอลชายหาด

นักกีฬาวอลเลย์บอลสาว

นักกีฬาวอลเลย์บอลสาว นักกีฬาวอลเลย์บอล ประเทศจีน

นักกีฬาวอลเลย์บอลสาว  เป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลชายหาด หญิงชาวจีน ซึ่งมีส่วนสูงที่ 6 ฟุต 3 นิ้ว หรือสูง 191 ซม. คุณเกิดที่เมืองฝูโจว บริเวณฝูเจี้ยน แต่ว่าคุณทำการฝึกในซานย่า มณฑลไหหลำ รวมทั้งกระทำการฝึกหัดใน รัฐแคลิฟอร์เนีย ภายใต้การดูแลของโค้ชเดน เซลนิค

ซู เริ่มเล่นบาสเกตบอล ตั้งแต่เมื่อครั้งยังเด็ก แต่เธอก็ไม่ชอบการเล่นกีฬาที่ถูกเนื้อต้องตัวกับอีกฝ่าย ในภายหลังเธอก็เลยเล่นวอลเลย์บอลในร่มตั้งแต่อายุ 10 ถึง 13 ปี ก่อนจะมามุ่งหลักที่วอลเลย์บอลชายหาด เธอเริ่มฝึกกีฬาระดับอาชีพใน คริสต์ศักราช 2000 ที่สถานศึกษากีฬาฝูโจว แล้วก็ใน คริสต์ศักราช 2002 เธอได้เข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยการกีฬาฝูโจว แล้วก็แปลงเป็นสมาชิกคนหนึ่งของทีมวอลเลย์บอลชายหาดทีมชาติจีน ซูได้รับการเปิดตัวในการแข่ง สวอตช์-FIVB เวิลด์ทัวร์ใน คริสต์ศักราช 2005 ร่วมกับอิ๋ว เหวินฮุ่ย และก็ชนะรางวัล FIVB ท็อปรูกี้ ใน คริสต์ศักราช 2006

ตอนต้นปี คริสต์ศักราช 2006 ซูเปลี่ยนเป็นผู้เล่นที่อายุต่ำที่สุดที่ชนะในรายการสำคัญ โดยในวันที่ 28 เดือนพฤษภาคม คริสต์ศักราช 2006 ขณะแก่ได้ 17 ปี เธอได้รับรางวัล 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในรายการ ไชน่าซั่งไห่จินซานโอเพ่น

ถัดมา ใน คริสต์ศักราช 2006 ซู และก็ จาง ซี ได้รับรางวัลเหรียญทองจากการแข่งขันชิงชัยกลุ่มหญิงในเอเชียนเกมส์ 2006 ทั้งสองยังได้รับรางวัลเหรียญทองแดงในวอลเลย์บอลชายหาดหญิงจากการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 2008

แล้วทั้งสองก็บรรลุเป้าหมายเป็นอย่างดีใน คริสต์ศักราช 2010 ซึ่งรวมทั้งการชนะรายการ แกรนด์สแลม ในมอสโก ประเทศรัสเซีย เป็นสมัยที่สอง พวกเธอยังบรรลุเป้าหมายอย่างน่าอัศจรรย์โดยได้รับเหรียญทองสำหรับเพื่อการแข่ง FIVB เวิลด์ทัวร์จำพวกหญิงรอบไฟนอล ในหมู่เกาะโอลันด์ ประเทศฟินแลนด์ โดยการทำสถิติครอบครองเหรียญทองแย่งสองนักกีฬาชาวบราซิล ฟรันซา-สิลวา โดยในวันที่ 21 เดือนสิงหาคม คริสต์ศักราช 2010 ใน คริสต์ศักราช 2009 คุณทั้งคู่ได้รับรางวัลเหรียญทองสำหรับการแข่ง เอเชียนวอลเลย์บอลบีชแชมเปี้ยนชิป ที่เมืองไหโข่ว เขตไหหลำ เมืองจีน แล้วก็สร้างผลงานอีกรอบใน คริสต์ศักราช 2010 หลังจากนั้น คุณทั้งคู่ก็ได้รับเหรียญทองในรายการ ซานย่าโอเพ่น ในมณฑลไหหลำ, เอเชียนเกมส์ที่กว่างโจว รวมทั้ง เอเชียนบีชเกมส์ กลุ่มของซูแล้วก็จาง ได้รับการจัดชั้นรวมอยู่ในลำดับที่ 4 ประจำ คริสต์ศักราช 2010 ของอันดับวอลเลย์บอลชายหาดโลก FIVB และก็สามารถจบฤดูกาลได้โดยเป็นอันดับที่หนึ่งของอันดับโลก

ทั้งนี้ ซู เฉิน ได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับลำดับที่สามของ การจัดอันดับซีเอ็นเอ็นอินเตอร์เนชันแนลของนักกีฬาทวีปเอเชียที่เซ็กซี่มากที่สุดจำนวน 30 คน

ผู้เล่นร่วมทีม

จางซี (ค.ศ. 2006–2008, ค.ศ. 2010–ปัจจุบัน)
อิ๋ว เหวินฮุ่ย (ค.ศ. 2005)

ผลงาน

เอเชียนเกมส์ เหรียญทอง โดฮา 2006

กีฬาโอลิมปิก เหรียญทองแดง กรุงปักกิ่ง 2008

เวิลด์แชมเปี้ยนชิป เหรียญทองแดง โรม 2011

ขอขอบคุณ
ข้อมูล : sport

ประวัติส่วนตัวของ

ประวัติส่วนตัวของ เมาริซิโอ อิสล่า นักฟุตบอลอาชีพ เมาริซิโอ อิสล่า นักฟุตบอลอาชีพ

ประวัติส่วนตัวของ เมาริซิโอ อิสล่า นักฟุตบอลอาชีพ เมาริซิโอ อิสล่า นักฟุตบอลอาชีพ

ประวัติส่วนตัวของ เมาริซิโอ อิสล่า

ชื่อจริง : เมาริซิโอ อิสล่า
วันเกิด : 12 เดือนมิถุนายน 1988
เกิดที่ : บูอิน, ประเทศชิลี
สัญชาติ : ประเทศชิลี
ส่วนสูง : 177 เซนติเมตร
ตำแหน่ง : แบ็คขวา

เส้นทางในอาชีพการค้าแข้ง

ยูนิเบร์ซิดัด กาโตลิก้า (1999-2007)

อิสล่า เริ่มเตะบอลในระดับเยาวชนกับสโมสร ยูนิเบร์ซิดัด กาโตลิก้า ในปี 1999 ในตำแหน่งกองหน้า อย่างไรก็ตามปัญหาในเรื่องความสูง ทำให้เขาจำเป็นต้องเปลี่ยนบทบาทไปเล่นเป็นกองหลังแทน ซึ่งเป็นช่วงที่ กาโตลิก้า ขาดกองหลังเยาวชนที่มีคุณภาพพอดี และส่งผลให้เขาที่เล่นในตำแหน่งใหม่นี้ได้ดี ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในปี 2006 แต่ว่าก็ไม่เคยได้รับโอกาสลงสนามอย่างเป็นทางการเลยแม้แต่นัดเดียวแล้วก็ในปี 2007 โฆเซ่ เดล โซล่าร์ ผู้จัดการทีมของทีมในขณะนั้นตัดสินใจส่งเขากลับลงไปเล่นให้กับทีมเยาวชนอีกครั้ง

อูดิเนเซ่ (2007-2012)

เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในช่วงหน้าร้อนของปี 2007 ในศึก ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ ยู-20 2007 ที่ประเทศแคนาคา แล้วก็หลังจากจบทัวร์นาเม้นต์นั้น อิสล่า ก็ได้รับการคว้าตัวโดยสโมสร อูดิเนเซ่ ในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ด้วยระยะสัญญายาว 5 ปี โดยเขาสามารถเล่นได้อีกทั้งเกมรับและก็เกมรุก ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าเขามีทักษะการครองบอลที่สุดยอดและก็สามารถพาบอลเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้อย่างเร็ว หรือที่รู้จักกันว่า “เคาน์เตอร์ แอ็ทแท็ค” ซึ่งเทคนิคของเขายอดเยี่ยมขึ้นเรื่อยอย่างน่าประหลาดใจจากฝีเท้ารวมทั้งความแข็งแกร่งที่เห็นได้ชัด

แหล่งที่มา sport-idol

เปิดประวัติ

เปิดประวัติ “มิก้า ชูนวลศรี” ปราการหลังหน้าใหม่

เปิดประวัติ “มิก้า ชูนวลศรี” ปราการหลังหน้าใหม่

เปิดประวัติ “มิก้า” เป็นนักเตะลูกครึ่งไทย-เวลส์ เกิดวันที่ 26 มี.ค. 1989 คุณพ่อชื่อ ชรินทร์ ชูนวลศรี เป็นอดีตนักเตะของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่วนคุณแม่ชื่อ เอเรียต เริ่มเล่นบอลด้วยการเป็นเด็กฝึกหัดกับสโมสรดังของประเทศอย่าง คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ก่อนถูกปล่อยตัวในปี 2007

หลังจากนั้นขึ้นตรงต่อกับทีมในเวลส์อีก 3 สโมสร ก่อนถูก เมืองทองฯ ยูไนเต็ด ซิวมาลุยไทยลีกในปี 2009 และก็เป็นจุดเริ่มแรกสำหรับการสร้างชื่อเสียงเชิงลูกหนังบนแผ่นดินเกิดของคุณพ่อ

ก่อนหน้าที่ผ่านมา “มิก้า” เคยรับใช้ทีมชาติเวลส์รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปีมาแล้ว 3 นัด เคียงข้าง “อารอน แรมซี่ย์” กองกลางตัวเก่งของ อาร์เซน่อล รวมถึง “แกเร็ธ เบล” นักฟุตบอลเจ้าของสถิติค่าตัวแพงที่สุดในโลกของ เรอัล มาดริด มาแล้ว ซึ่งรายแรกเป็นเพื่อนสนิทของมิก้าด้วย

“มิก้า” นับว่าเป็นนักฟุตบอลสารพัดประโยชน์คนนึงในแนวรับ แต่ว่าตำแหน่งที่สร้างชื่อให้เขาในตอน 2 ปีข้างหลังเป็น เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ที่เจ้าตัวโชว์ฟอร์มเยี่ยมกับทั้งยัง สุพรรณบุรี เอฟซี ทีมเก่า แล้วก็ แบงค็อก ยูไนเต็ด สังกัดเดิมในขณะนี้นั่นเอง

สำหรับในการเข้ามาติดทีมชาติคราวนี้ ถึงแม้ว่าจะมาในฐานะตัวแทนของ “อดิศร พรหมรักษ์” ที่ถอนตัวเนื่องจากการบาดเจ็บ แต่ว่าก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า “มิก้า” สมควรด้วยประการทั้งปวง เพราะว่าผลงานในลีกของแข้งรูปหล่อแจ่มแจ๋วอย่างยิ่ง

อนึ่ง ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 1-7 เดือนกุมภาพันธ์นี้ ที่สนามฟุตบอลเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดนครราชสีมา โดยมี 4 ทีมร่วมแข่งขัน คือ ไทย , ประเทศเกาหลีใต้, ประเทศเกาหลีเหนือ และก็ โครเอเชีย

แหล่งที่มา sanook

รักหมดใจของ

รักหมดใจของ ‘เจมส์ มิลเนอร์’ สู่การปฏิเสธ ‘แมนฯ ยูไนเต็ด’

รักหมดใจของ ‘เจมส์ มิลเนอร์’ สู่การปฏิเสธ ‘แมนฯ ยูไนเต็ด’

รักหมดใจของ เจมส์ มิลเนอร์ อดีตมิดฟิลด์จอมขยันของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดตัวเป็นนักฟุตบอลใหม่ของหงส์แดงอย่างเป็นทางการอีกราย โดยจะใส่เสื้อเลข 7 ลงเล่นเหมือนกับสมัยค้าแข้งอยู่เรือใบสีฟ้าอีกด้วย

ดาวเตะวัย 29 กะรัต ถูกลิเวอร์พูลคว้าตัวมาเสริมทัพเป็นรายแรกของตลาดซัมเมอร์นี้แบบไม่มีค่าตัว หลังหมดสัญญาค้าแข้งในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อช่วงจบฤดูกาลก่อนหน้านี้

“มันเป็นความรู้สึกที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก” แข้งดีกรีติดทัพสิงโตคำราม กล่าวกับ liverpoolfc.com

“มันเกิดเรื่องใหญ่เสมอกับการย้ายสโมสร โดยยิ่งไปกว่านั้นการได้เซ็นสัญญากับยอดทีมอย่างหงส์แดงซึ่งเป็นทีมที่มีประวัติศาสตร์มากมาย มันถือเป็นเรื่องดีที่ผมได้อยู่ที่นี่ ช่วงซัมเมอร์คุณมักจะนึกถึงความก้าวหน้าใหม่ มันก็เลยยอดเยี่ยมสุดๆไปเลยที่ผมตัดสินใจมากอยู่ตรงนี้”

“ผมเคยใส่เบอร์ 7 ขณะที่อยู่กับแมนฯ ซิตี้ แต่ว่ากับที่หงส์แดงคุณสามารถจะเลือกสวมเบอร์อะไรก็ได้ เพราะว่าล้วนเป็นเบอร์ที่ผู้เล่นชั้นยอดเคยใส่มาแล้วทั้งหมด ผมทราบว่าเลข 7 นับว่าเป็นเลขลำดับพิเศษของสโมสรที่นี้มากๆและผมก้หวังว่าจะสามารถเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลคนพิเศษของทีมให้ได้”

ประวัติความเป็นมาของ เจมส์ มิลเนอร์

ชื่อจริง : เจมส์ มิลเนอร์
วันเกิด : 4 มกราคม 1986
เกิดที่ : ลีดส์, อังกฤษ
สัญชาติ : อังกฤษ
ความสูง : 175 ซม.
ตำแหน่ง : กองกลาง

ประวัติส่วนตัว

เจมส์ มิลเนอร์ (เกิด 4 เดือนมกราคม 1986) นักฟุตบอลอาชีพคนอังกฤษ โดยเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ให้กับสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แล้วก็ทีมชาติอังกฤษ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเคยค้าแข้งกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด, สวินดอน ทาวน์, นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด แล้วก็ แอสตัน วิลล่า

เส้นทางในอาชีพการค้าแข้ง

ลีดส์ ยูไนเต็ด (2002-2004)

มิลเนอร์ ลงสนามกับ “ยูงทอง” เป็นครั้งแรกในวันที่ 10 เดือนพฤศจิกายน 2002 เจอกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด โดยลงไปในสนามเป็นสำรองแทนที่ของ เจสัน วิลค็อกซ์ ในช่วงหกนาทีสุดท้ายของเกม และทำให้เขาเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดอันดับสองที่ลงเล่นในศึกพรีเมียร์ลีก ด้วยวัยเพียง 16 ปีกับอีก 309 วัน โดยในวัน บ็อกซิ่งเดย์ เขากลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่สามารถยิงประตูได้ในพรีเมียร์ลีก ด้วยอายุ 16 ปีกับอีก 356 วัน และช่วยให้ทีมเอาชนะ ซันเดอร์แลนด์ ไปได้ 2-1 ทำลายสถิติเดิมของ เจมส์ วอห์น แข้งเยาวชนจากสโมสร เอฟเวอร์ตัน

ภายหลังลงไปในสนามช่วยทีมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาได้รับรางวัลด้วยการต่อสัญญาไปอีก 5 ปีในวันที่ 10 เดือนกุมภาพันธ์ 2003 ซึ่งต่อไปเข้าสู่ฤดูกาล 2003-04 เขาได้ถูกปล่อยยืมให้กับ สวินดอน ทาวน์ ทีมใน ลีก ทู ใช้งานเพื่อเก็บประสบการณ์ในฐานะผู้เล่นตัวจริงเป็นเวลา 1 เดือน ซึ่งได้ลงเล่นถึง 6 เกมและก็ยิงได้ 2 ประตูกับ ปีเตอร์โบโร่ ยูไนเต็ด และก็ ลูตัน ทาวน์

อย่างไรก็แล้วแต่ทางของ ลีดส์ ยูไนเต็ด ไม่สู้ดีนักเนื่องจากว่ามีปัญหาเรื่องการเงินและก็ทำให้ทีมจะต้องปล่อยนักฟุตบอลตัวเก่งออกจากทีม เพื่อหาเงินมาทำทีมต่อไป ซึ่ง มิลเนอร์ เองก็ยังอยู่ในแผนการทำทีมเพราะว่าการที่เขาเป็นเด็กปั้นของสโมสร ก็เลยสามารถอยู่ช่วยทีมต่อไปได้ แต่ว่าแล้วก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก เมื่อทีมต้องตกชั้นหลังจบฤดูกาลดังที่กล่าวมาแล้ว ซึ่งเขาได้รับความสนใจจาก ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์, แอสตัน วิลล่า และก็ เอฟเวอร์ตัน โดยเขาปฏิเสธข้อเสนอทั้งหมดที่ยื่นมา เพราะว่าทางสโมสรยืนยันว่า “เขาคืออนาคตของ ลีดส์”

แต่ว่าในในที่สุดปัญหาการเงินในสโมสรบานปลายจนทำให้ มิลเนอร์ ถูกขายให้กับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวราว3.6 ล้านปอนด์ (ราวๆ 191 ล้านบาท) แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่มีความสุขกับการที่สโมสรปล่อยตัวเขาออกจากทีมก็ตาม ซึ่งในวันเดือน กรกฎาคม 2004 เขาได้ตกลงเซ็นสัญญากับ “สาลิกาดง” เป็นเวลา 5 ปีด้วยกัน

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (2004-2005)

มิลเนอร์ ลงสนามเป็นครั้งแรกให้กับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในระหว่างทัวร์ปรี-ซีซั่นที่เอเชีย และก็ยิงประตูแรกได้ในเกมที่เสมอกับ คิตฉี 1-1 โดยเขาลงสนามเป็นเกมแรกในพรีเมียร์ลีก พบกับ มิดเดิ้ลสโบรช์ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2004 ซึ่งเขาระเบิดฟอร์มในการเล่นเป็นปีกขวาได้อย่างสุดยอด แม้ว่าเขาจะเล่นเป็นปีกซ้ายในสมัยที่อยู่กับ ลีดส์ ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของ มิลเนอร์ จะต้องเปลี่ยนไปอีกครั้ง หลังจากการเข้ามาคุมทีมของ แกรม ซูเนสส์ ทำให้เขาได้รับโอกาสลงสนามเพียง 13 เกม และก็ยังไม่ได้เล่นเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกของ นิวคาสเซิ่ล อีกด้วยจนกระทั่งถึงเดือน เดือนเมษายน 2005 ซึ่งหลังจบฤดูกาลเขาลงสู่สนามให้ทีมทั้งสิ้น 41 นัดในทุกรายการแล้วก็ยิงประตูเพียง 1 ลูกเท่านั้น แน่นอนว่าเขาไม่อยู่ในรายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของ ซูเนสส์

ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล 2005-06 มิลเนอร์ อยู่ในเงื่อนไขการเซ็นสัญญา นอลเบร์โต้ โซลาโน่ จาก แอสตัน วิลล่า ซึ่งเขาจำเป็นต้องถูกปล่อยยืมเป็นเวลาหนึ่งซีซั่นไปยังสโมสร “สิงห์ผงาด” ซึ่งขณะนั้น เดวิด โอ’เลียรี ผู้ที่เคยทำงานร่วมกับ มิลเนอร์ สมัยที่อยู่กับ ลีดส์ นั่งแท่นเป็นกุนซืออยู่ ทำให้เขามีความสุขมากในดีลคราวนี้ รวมทั้งหวังว่า แอสตัน วิลล่า จะดึงตัวเขาไปร่วมทัพอย่างจริงจัง

แอสตัน วิลล่า (2005-2006) – ยืมตัว

มิลเนอร์ ลงในสนามเปิดตัวกับ วิลล่า ตอนวันที่ 12 เดือนกันยายน 2005 ในศึกพรีเมียร์ลีกพบกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ซึ่งหลังจากนั้น 5 วันต่อมา เขาสามารถทำประตูแรกได้เลย ให้ทีมเสมอกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-1 และก็อย่างที่ทราบกันดีว่าเขาพยายามที่จะแสดงผลงานให้ดี เพื่อให้ วิลล่า ยื่นข้อเสนอซื้อขาดเขากับทาง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

แต่หลังจากที่สโมสรสังกัดเดิมเดิมของเขามีการเปลี่ยนกุนซืออีกที ทำให้เขากลับมาเป็นผู้เล่นในแผนการทำทีมของ เกล็นน์ โรเดอร์ กุนซือคนใหม่ และยืนยันที่จะไม่ปล่อยตัวเขาออกจากทีม แม้ว่าจะมีข้อเสนอจากทาง แอสตัน วิลล่า ถึง 4 ล้านปอนด์ (ประมาณ 213 ล้านบาท) แต่ทางสโมสรได้ไม่ยอมรับข้อแนะนำนี้แล้วก็เรียกตัวเขากลับมาสู่ทีม

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (2006-2008)

เกล็นน์ โรเดอร์ ผู้เล่นกุนซือของ นิวคาสเซิ่ล มีแนวโน้มที่ดีกับตัวของ มิลเนอร์ ในการกลับมาเล่นในฤดูกาล 2006-07 ถึงแม้ผลงานในลีกของเขากับทีมอาจจะไม่ดีนัก แต่ว่าเขาเป็นคีย์แมนในการพาทีมผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่า คัพ ในขณะที่เขามีข่าวลือค่อนข้างหนักเกี่ยวกับการซื้อ-ขายในตอนตลาดหน้าหนาวเดือนมกราคม

ในวันที่ 1 เดือนมกราคม 2007 มิลเนอร์ ซัดประตูแรกของฤดูกาลในเกมที่เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-2 จากการยิงไกลกว่า 25 หลา ซึ่งต่อมา โรเดอร์ ค่อนข้างยกย่องในความพยายามของ มิลเนอร์ เป็นอย่างมากจากการฝึกซ้อมอย่างหนัก รวมทั้งมั่นใจว่าเขาเป็นนักฟุตบอลที่ทุ่มเทในเวลาฝึกมากที่สุด โดยเขาได้รับการต่อสัญญาเพิ่มไปถึงปี 2011 ในเดือนพฤษภาคม 2007

แหล่งที่มา sport-ido

ประวัติคริสเตียน

ประวัติคริสเตียน คริสเตียน สตูอานี่

ประวัติคริสเตียน คริสเตียน สตูอานี่

ประวัติคริสเตียน ประวัติส่วนตัว

วันเกิด : 12 เดือนตุลาคม 1986
เกิดที่ : ตาล่า, อุรุกวัย
สัญชาติ : อุรุกวัย
ส่วนสูง : 186 เซนติเมตร
ตำแหน่ง : กองหน้า

คริสเตียน สตูอานี่ (เกิด 12 เดือนตุลาคม 1986) นักฟุตบอลชาวอุรุกวัย ซึ่งเขาเล่นในตำแหน่งศูนย์หน้า และเคยค้าแข้งกับสโมสร เรจจิน่า, เลบานเต้, ราซิ่ง ซานตานเดร์, เอสปันญ่อล และก็ มิดเดิ้ลสโบรช์

เส้นทางในอาชีพการค้าแข้ง

ช่วงต้นของอาชีพค้าแข้ง

เขาเกิดที่เมืองตาล่า ในประเทศอุรุกวัย และก็ในปี 2004 สตูอานี่ เข้าร่วมเล่นกับสโมสร ดานูบิโอ เป็นทีมแรก หลังจากนั้นในปี 2005 เขาถูกปลดปล่อยยืมตัวไปให้กับ เบลล่า วิสต้า ทีมในลีกรองของอุรุกวัย

เรจจิน่า (2008-2013)

ในเดือน เดือนมกราคม 2008 หลังจากที่ สตูอานี่ ซัดไป 19 ประตูในลีก อาเปอร์ตูร่า ฤดูกาล 2007 ให้กับ ดานูบิโอ ซึ่งทางสโมสร เรจจิน่า มองเห็นแววก็เลยจับมาเซ็นสัญญาร่วมกลุ่มเป็นระยะเวลา 4 ปี และก็ลงไปในสนามครั้งแรกอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 เดือนมกราคม โดยลงเล่นเพียงแค่ 30 นาที ในเกมที่เสมอกับ เอ็มโปลี 1-1

อัลบาเซเต้ (2009-2010)

เมื่อวันที่ 31 เดือนกรกฎาคม 2009 ย้ายไปร่วมทีม อัลบาเซเต้ ในลีก เซกุนด้า ของประเทศสเปน ด้วยสัญญายืมตัว ซึ่งเขาสามารถยิงได้ถึง 22 ประตูใน 39 เกม โดยเขายังซัดแฮตทริกในเกมที่พบกับ กาสเตญ่อน และก็ กอร์โดบา ได้อีกด้วย นอกจากนี้เขายังมีส่วนช่วยให้ทีมรอดพ้นการตกชั้น ด้วยการมีแต้มอยู่เหนือโซนอันตราย 2 คะแนน

เลบานเต้ (2010-2011)

สำหรับฤดูกาล 2010-11 สตูอานี่ ยังคงอยู่ในประเทศเดิมในฐานะนักฟุตบอลยืมตัว แต่ว่าได้ย้ายไปเล่นในลีกสูงสุดอย่าง ลาลีก้า ให้กับสโมสร เลบานเต้ ซึ่งเขาเป็นเพียงนักฟุตบอลสำรองของ เฟลิเป้ ไซเซโด้ แต่อย่างไรก็ดีเขายังคงทำประตูได้ถึง 8 ลูกเลยทีเดียว โดยหนึ่งในนั้นเป็นการซัดสองประตูในเกมที่เปิดบ้านเอาชนะ มาลาก้า 3-1 อีกด้วย

ราซิ่ง ซานตานเดร์ (2011-2012)

ในฤดูกาลถัดมา สตูอานี่ ถูกยืมตัวไปเล่นให้กับสโมสร ราซิ่ง ซานตานเดร์ โดยในเดือน เดือนธันวาคม 2011 เขายิงประตูได้ในเกม โกปา เดล เรย์ เลกแรกที่พบกับ ราโย บาเยกาโน่ รวมไปถึงลูกจุดโทษในช่วงท้ายเกมของเลกสอง ซึ่งทำให้ทีมผ่านเข้ารอบถัดไปตามกฎอเวย์โกล ข้างหลังสกอร์รวมเท่ากัน 6-6
เอสปันญ่อล (2012-2015)

ในตอนหน้าร้อนของปี 2012 สตูอานี่ มีข่าวสารเชื่อมโยงกับสโมสร เดปอร์ตำหนิโบ้ ลา กอรุนญ่า รวมทั้งถึงแม้เขาจะผ่านการตรวจร่างกายไปแล้ว แต่ในวันที่ 28 เดือนสิงหาคม ต้นสังกัดที่เป็นเจ้าของเขาอย่าง เรจจิน่า ได้ตกลงเซ็นสัญญายืมตัวกับทางทีม เอสปันญ่อล ด้วยระยะเวลาหนึ่งฤดูกาล ซึ่งหลังจากหมดสัญญายืมตัว เขาก็ได้ย้ายไปเล่นให้กับ “เจ้านกแก้ว” เป็นการถาวร ตลอดระยะเวลาสัญญาที่เขาเล่นให้กับ เอสปันญ่อล สามารถยิงได้ถึง 25 ประตูจากเกมลีก 103 นัดที่ลงเตะ

มิดเดิ้ลสโบรช์ (2015-ปัจจุบันนี้)

ตอนวันที่ 15 เดือนกรกฎาคม 2015 มิดเดิ้ลสโบรช์ ได้บรรลุกติกาสำหรับการคว้าตัว สตูานี่ มาร่วมทัพหลังจากกลับมาจากภารกิจช่วยกลุ่มชาติ ด้วยค่าตัวประมาณ3 ล้านยูโร (ประมาณ 122 ล้านบาท) ซึ่งการลงสนามครั้งแรกในรายการ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ เกิดขึ้นในวันที่ 9 เดือนสิงหาคม ด้วยการลงไปในสนามเป็นสำรองแทนที่ของ กิเก้ ในนาทีที่ 77 ในเกมที่เสมอกับ เปรสตัน นอร์ธ เอ็นด์ 0-0

สามวันต่อมา เขาได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกม ลีก คัพ รอบแรก รวมทั้งยังยิงได้สองประตูในเกมนั้น ตอนให้ทีมเอาชนะ โอลด์แฮม แอธเลติก 3-1 ที่สนาม บอนดารี่ ปาร์ค นอกจากนี้ยังยิงได้อีกสองประตูในรอบต่อไป ช่วยให้ทีมแซงกลับมาชนะ เบอร์ตัน อัลเบี้ยน 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ

สำหรับประตูแรกของเขากับ “สิงห์แดง” ลีก เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 เดือนสิงหาคม 2015 ช่วยยิงให้ทีมกระหน่ำเอาชนะ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ 3-1

เส้นทางในระดับทีมชาติ

สตูอานี่ ลงไปในสนามเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการกับทีมชาติ อุรุกวัย ชุดใหญ่ ในวันที่ 14 เดือนพฤศจิกายน 2012 ในเกมกระชับมิตรกับ ประเทศโปแลนด์ (บุกชนะ 3-1) โดยตอนวันที่ 10 เดือนกันยายน เขาสามารถยิงแรกประตูให้กับทีมชาติชุดใหญ่ช่วยให้ทีมเปิดบ้านเอาชนะ โคลอมเบีย 2-0 ในรายการฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก 2014

ในวันที่ 13 เดือนพฤศจิกายน 2013 เขาสามารถทำประตูช่วยให้ทีม “จอมโหด” กระหน่ำเอาชนะ จอร์แดน ในรอบเพลย์-อ็อฟฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกเลกแรก จากจังหวะชาร์จจ่อๆสม่ำเสมอจากการครอสของ นิโคลัส โลไดโร่

สตูอานี่ ถูกเลือกให้เป็น 1 ใน 23 คน ไปลุยศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ประเทศบราซิล ภายใต้การทำทีมของ ออสการ์ ตาบาเรซ และก็ลงไปในสนามในรายการนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตตอนวันที่ 14 เดือนมิถุนายน ในเกมแรกที่แพ้ให้กับ คอสตาริก้า 1-3 ในเมือง ฟอร์ตาเลซ่า

แหล่งที่มา sport-idol