Browsing Tag: วันเกิด

รักหมดใจของ

รักหมดใจของ ‘เจมส์ มิลเนอร์’ สู่การปฏิเสธ ‘แมนฯ ยูไนเต็ด’

รักหมดใจของ ‘เจมส์ มิลเนอร์’ สู่การปฏิเสธ ‘แมนฯ ยูไนเต็ด’

รักหมดใจของ เจมส์ มิลเนอร์ อดีตมิดฟิลด์จอมขยันของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดตัวเป็นนักฟุตบอลใหม่ของหงส์แดงอย่างเป็นทางการอีกราย โดยจะใส่เสื้อเลข 7 ลงเล่นเหมือนกับสมัยค้าแข้งอยู่เรือใบสีฟ้าอีกด้วย

ดาวเตะวัย 29 กะรัต ถูกลิเวอร์พูลคว้าตัวมาเสริมทัพเป็นรายแรกของตลาดซัมเมอร์นี้แบบไม่มีค่าตัว หลังหมดสัญญาค้าแข้งในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อช่วงจบฤดูกาลก่อนหน้านี้

“มันเป็นความรู้สึกที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก” แข้งดีกรีติดทัพสิงโตคำราม กล่าวกับ liverpoolfc.com

“มันเกิดเรื่องใหญ่เสมอกับการย้ายสโมสร โดยยิ่งไปกว่านั้นการได้เซ็นสัญญากับยอดทีมอย่างหงส์แดงซึ่งเป็นทีมที่มีประวัติศาสตร์มากมาย มันถือเป็นเรื่องดีที่ผมได้อยู่ที่นี่ ช่วงซัมเมอร์คุณมักจะนึกถึงความก้าวหน้าใหม่ มันก็เลยยอดเยี่ยมสุดๆไปเลยที่ผมตัดสินใจมากอยู่ตรงนี้”

“ผมเคยใส่เบอร์ 7 ขณะที่อยู่กับแมนฯ ซิตี้ แต่ว่ากับที่หงส์แดงคุณสามารถจะเลือกสวมเบอร์อะไรก็ได้ เพราะว่าล้วนเป็นเบอร์ที่ผู้เล่นชั้นยอดเคยใส่มาแล้วทั้งหมด ผมทราบว่าเลข 7 นับว่าเป็นเลขลำดับพิเศษของสโมสรที่นี้มากๆและผมก้หวังว่าจะสามารถเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลคนพิเศษของทีมให้ได้”

ประวัติความเป็นมาของ เจมส์ มิลเนอร์

ชื่อจริง : เจมส์ มิลเนอร์
วันเกิด : 4 มกราคม 1986
เกิดที่ : ลีดส์, อังกฤษ
สัญชาติ : อังกฤษ
ความสูง : 175 ซม.
ตำแหน่ง : กองกลาง

ประวัติส่วนตัว

เจมส์ มิลเนอร์ (เกิด 4 เดือนมกราคม 1986) นักฟุตบอลอาชีพคนอังกฤษ โดยเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ให้กับสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แล้วก็ทีมชาติอังกฤษ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาเคยค้าแข้งกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด, สวินดอน ทาวน์, นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด แล้วก็ แอสตัน วิลล่า

เส้นทางในอาชีพการค้าแข้ง

ลีดส์ ยูไนเต็ด (2002-2004)

มิลเนอร์ ลงสนามกับ “ยูงทอง” เป็นครั้งแรกในวันที่ 10 เดือนพฤศจิกายน 2002 เจอกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด โดยลงไปในสนามเป็นสำรองแทนที่ของ เจสัน วิลค็อกซ์ ในช่วงหกนาทีสุดท้ายของเกม และทำให้เขาเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดอันดับสองที่ลงเล่นในศึกพรีเมียร์ลีก ด้วยวัยเพียง 16 ปีกับอีก 309 วัน โดยในวัน บ็อกซิ่งเดย์ เขากลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่สามารถยิงประตูได้ในพรีเมียร์ลีก ด้วยอายุ 16 ปีกับอีก 356 วัน และช่วยให้ทีมเอาชนะ ซันเดอร์แลนด์ ไปได้ 2-1 ทำลายสถิติเดิมของ เจมส์ วอห์น แข้งเยาวชนจากสโมสร เอฟเวอร์ตัน

ภายหลังลงไปในสนามช่วยทีมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาได้รับรางวัลด้วยการต่อสัญญาไปอีก 5 ปีในวันที่ 10 เดือนกุมภาพันธ์ 2003 ซึ่งต่อไปเข้าสู่ฤดูกาล 2003-04 เขาได้ถูกปล่อยยืมให้กับ สวินดอน ทาวน์ ทีมใน ลีก ทู ใช้งานเพื่อเก็บประสบการณ์ในฐานะผู้เล่นตัวจริงเป็นเวลา 1 เดือน ซึ่งได้ลงเล่นถึง 6 เกมและก็ยิงได้ 2 ประตูกับ ปีเตอร์โบโร่ ยูไนเต็ด และก็ ลูตัน ทาวน์

อย่างไรก็แล้วแต่ทางของ ลีดส์ ยูไนเต็ด ไม่สู้ดีนักเนื่องจากว่ามีปัญหาเรื่องการเงินและก็ทำให้ทีมจะต้องปล่อยนักฟุตบอลตัวเก่งออกจากทีม เพื่อหาเงินมาทำทีมต่อไป ซึ่ง มิลเนอร์ เองก็ยังอยู่ในแผนการทำทีมเพราะว่าการที่เขาเป็นเด็กปั้นของสโมสร ก็เลยสามารถอยู่ช่วยทีมต่อไปได้ แต่ว่าแล้วก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก เมื่อทีมต้องตกชั้นหลังจบฤดูกาลดังที่กล่าวมาแล้ว ซึ่งเขาได้รับความสนใจจาก ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์, แอสตัน วิลล่า และก็ เอฟเวอร์ตัน โดยเขาปฏิเสธข้อเสนอทั้งหมดที่ยื่นมา เพราะว่าทางสโมสรยืนยันว่า “เขาคืออนาคตของ ลีดส์”

แต่ว่าในในที่สุดปัญหาการเงินในสโมสรบานปลายจนทำให้ มิลเนอร์ ถูกขายให้กับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวราว3.6 ล้านปอนด์ (ราวๆ 191 ล้านบาท) แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่มีความสุขกับการที่สโมสรปล่อยตัวเขาออกจากทีมก็ตาม ซึ่งในวันเดือน กรกฎาคม 2004 เขาได้ตกลงเซ็นสัญญากับ “สาลิกาดง” เป็นเวลา 5 ปีด้วยกัน

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (2004-2005)

มิลเนอร์ ลงสนามเป็นครั้งแรกให้กับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในระหว่างทัวร์ปรี-ซีซั่นที่เอเชีย และก็ยิงประตูแรกได้ในเกมที่เสมอกับ คิตฉี 1-1 โดยเขาลงสนามเป็นเกมแรกในพรีเมียร์ลีก พบกับ มิดเดิ้ลสโบรช์ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2004 ซึ่งเขาระเบิดฟอร์มในการเล่นเป็นปีกขวาได้อย่างสุดยอด แม้ว่าเขาจะเล่นเป็นปีกซ้ายในสมัยที่อยู่กับ ลีดส์ ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของ มิลเนอร์ จะต้องเปลี่ยนไปอีกครั้ง หลังจากการเข้ามาคุมทีมของ แกรม ซูเนสส์ ทำให้เขาได้รับโอกาสลงสนามเพียง 13 เกม และก็ยังไม่ได้เล่นเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกของ นิวคาสเซิ่ล อีกด้วยจนกระทั่งถึงเดือน เดือนเมษายน 2005 ซึ่งหลังจบฤดูกาลเขาลงสู่สนามให้ทีมทั้งสิ้น 41 นัดในทุกรายการแล้วก็ยิงประตูเพียง 1 ลูกเท่านั้น แน่นอนว่าเขาไม่อยู่ในรายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของ ซูเนสส์

ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล 2005-06 มิลเนอร์ อยู่ในเงื่อนไขการเซ็นสัญญา นอลเบร์โต้ โซลาโน่ จาก แอสตัน วิลล่า ซึ่งเขาจำเป็นต้องถูกปล่อยยืมเป็นเวลาหนึ่งซีซั่นไปยังสโมสร “สิงห์ผงาด” ซึ่งขณะนั้น เดวิด โอ’เลียรี ผู้ที่เคยทำงานร่วมกับ มิลเนอร์ สมัยที่อยู่กับ ลีดส์ นั่งแท่นเป็นกุนซืออยู่ ทำให้เขามีความสุขมากในดีลคราวนี้ รวมทั้งหวังว่า แอสตัน วิลล่า จะดึงตัวเขาไปร่วมทัพอย่างจริงจัง

แอสตัน วิลล่า (2005-2006) – ยืมตัว

มิลเนอร์ ลงในสนามเปิดตัวกับ วิลล่า ตอนวันที่ 12 เดือนกันยายน 2005 ในศึกพรีเมียร์ลีกพบกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ซึ่งหลังจากนั้น 5 วันต่อมา เขาสามารถทำประตูแรกได้เลย ให้ทีมเสมอกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-1 และก็อย่างที่ทราบกันดีว่าเขาพยายามที่จะแสดงผลงานให้ดี เพื่อให้ วิลล่า ยื่นข้อเสนอซื้อขาดเขากับทาง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

แต่หลังจากที่สโมสรสังกัดเดิมเดิมของเขามีการเปลี่ยนกุนซืออีกที ทำให้เขากลับมาเป็นผู้เล่นในแผนการทำทีมของ เกล็นน์ โรเดอร์ กุนซือคนใหม่ และยืนยันที่จะไม่ปล่อยตัวเขาออกจากทีม แม้ว่าจะมีข้อเสนอจากทาง แอสตัน วิลล่า ถึง 4 ล้านปอนด์ (ประมาณ 213 ล้านบาท) แต่ทางสโมสรได้ไม่ยอมรับข้อแนะนำนี้แล้วก็เรียกตัวเขากลับมาสู่ทีม

นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (2006-2008)

เกล็นน์ โรเดอร์ ผู้เล่นกุนซือของ นิวคาสเซิ่ล มีแนวโน้มที่ดีกับตัวของ มิลเนอร์ ในการกลับมาเล่นในฤดูกาล 2006-07 ถึงแม้ผลงานในลีกของเขากับทีมอาจจะไม่ดีนัก แต่ว่าเขาเป็นคีย์แมนในการพาทีมผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่า คัพ ในขณะที่เขามีข่าวลือค่อนข้างหนักเกี่ยวกับการซื้อ-ขายในตอนตลาดหน้าหนาวเดือนมกราคม

ในวันที่ 1 เดือนมกราคม 2007 มิลเนอร์ ซัดประตูแรกของฤดูกาลในเกมที่เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-2 จากการยิงไกลกว่า 25 หลา ซึ่งต่อมา โรเดอร์ ค่อนข้างยกย่องในความพยายามของ มิลเนอร์ เป็นอย่างมากจากการฝึกซ้อมอย่างหนัก รวมทั้งมั่นใจว่าเขาเป็นนักฟุตบอลที่ทุ่มเทในเวลาฝึกมากที่สุด โดยเขาได้รับการต่อสัญญาเพิ่มไปถึงปี 2011 ในเดือนพฤษภาคม 2007

แหล่งที่มา sport-ido